หยุดยาว สงกราน พัทยา

ยอดจอง “พัทยา-หัวหิน” หยุดยาว “สงกรานต์” ฟื้นตัว 70%

หยุดยาว ‘สงกรานต์’ ดันยอดจอง ‘หัวหิน-พัทยา’ ฟื้น 50-70% แต่ ‘เชียงใหม่’ ยังวังเวง
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า แนวโน้มเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวันนั้น เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของยอดจองโรงแรมที่พัก โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากสุดในขณะนี้คือ หัวหิน และพัทยา โดยเฉพาะโรงแรมหรือที่พัก ที่อยู่ติดกับชายหาด จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคนไทยมากกว่าโรงแรมหรือที่พักในบริเวณปกติ สะท้อนได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าฟื้นตัวกว่า 50-70% แล้วส่วนสัญญาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวไทย ในรูปแบบการลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนต้านไวรัสครบ 2 โดส และ 10 วัน ในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยมีพื้นที่ในการรองรับต่างชาติ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า) ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนจากความต้องการ (ดีมานด์) ของนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ เพราะประเทศไทยเพิ่งจะประกาศว่าจะมีการเปิดรับต่างชาติเพียงไม่นาน จึงต้องรอการตอบรับของต่างชาติสักระยะก่อน รวมถึงยังต้องรอหารือร่วมกับรัฐบาล ในการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาด้วย

     “จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่ายังอยู่ในภาวะวิกฤตอยู่ เนื่องจากยอดจองโรงแรมที่พัก ยังไม่กลับมา และยังไม่เห็นสัญญาณบวก เพราะมีแรงกดดันจากภาวะมลพิษทางอากาศ หลังจากเกิดไฟไหม้ป่ารุนแรงครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัด ทำให้คนไทยไม่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังเชียงใหม่ แต่จะนิยมไปเที่ยวทะเลแทน เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะหารือร่วมกันต่อ ว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเพิ่มเติมอย่างไรได้บ้าง” นางมาริสา กล่าว.

     นางมาริสา กล่าวว่า ภาคเอกชนท่องเที่ยว ยังยืนยันว่า อยากให้รัฐบาลอนุญาตให้ผู้ประกอบการนำวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ฉีดให้กับแรงงานในภาคการท่องเที่ยวผ่านการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการเอง เพื่อแบ่งเบาภาระงบประมาณของรัฐบาล และเพื่อให้สามารถเร่งกระจายฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่นำร่องรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจากการหารือร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า รัฐบาลได้วางแผนและกำหนดการนำวัคซีนต้านไวรัสมาฉีดให้กับคนในจังหวัดและพื้นที่ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งเอกชนก็อยากขอนำวัคซีนมาดำเนินการเอง เพื่อให้มีความรวดเร็วมากขึ้น โดยหลังจากนี้จะขอหารือกับรัฐบาลเพิ่มเติมอีก

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *